6 เคล็ดไม่ลับการลงทุนหุ้นสำหรับมือใหม่

414 0

ผมเคยเจอคนรอบตัวหลายๆคน ที่อยากเริ่มต้นลงทุนหุ้น แต่ก็มีปัญหาหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็น “กลัวขาดทุน!” “ไม่มีชอบตัวเลข!” และ “ไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหน จะเริ่มต้นยังไงดี?” ในความเห็นของผมมองว่า “ความรู้และความเข้าใจในการลงทุนที่ถูกต้อง” นั้นมีความสำคัญมากๆ วันนี้ผมจึงมี “เคล็ดไม่ลับการลงทุนสำหรับมือใหม่” ทั้ง 6 ข้อ มาแบ่งปันกัน เรามาดูกันเลยว่าเคล็ดไม่ลับทั้ง 6 ข้อนั้นมีอะไรบ้าง ? 

1.ลงทุนในตัวเอง

    “การลงทุนที่ดีที่สุด คือการลงทุนในตัวคุณเอง” เป็นคำกล่าวยอดฮิตของนักลงทุนเน้นคุณค่า (VI) ระดับตำนานของโลก อย่างปู่วอร์เรน บัฟเฟต ดังนั้นก่อนที่จะเริ่มลงสนามจริง จงลงทุนในความรู้ก่อน โดยไม่จำเป็นจะต้องไปเสียเงินซื้อคอร์สเรียนแพงๆ แค่หาเรียนฟรีตามโซเชียลมีเดีย หาอ่านจากหนังสือดีๆ ก็เพียงพอแล้วสำหรับการลงทุนในเบื้องต้น 

นอกจากนี้ การลงทุนในตัวเองยังรวมไปถึง การลงทุนในสุขภาพด้วย เนื่องจากสุขภาพที่ดี จะส่งผลต่อสภาพจิตใจ ซึ่งมีผลอย่างมากต่อการลงทุนครับ 

การลงทุนในตัวเอง ทั้งความรู้และสุขภาพ จะไม่มีใครมาแย่งมันไปจากคุณได้ การลงทุนแบบนี้ยิ่งลงทุน ยิ่งเติบโต ยิ่งดีขึ้น เป็นการลงทุนที่ดีกว่าการลงทุนในสินทรัพย์ใดๆทั้งปวง อย่าลืมว่าตัวคุณเองคือสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดครับ

2. รู้จักตัวเอง

แน่นอนว่าทุกคนที่เข้ามาลงทุนล้วนต้องการกำไรหรือผลตอบแทนที่มากขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะมุ่งเอากำไรสูงสุดเพียงอย่างเดียว สิ่งสำคัญที่จำเป็นคุณต้องรู้ก่อนเป็นอันดับแรกเลย ก็คือ “เป้าหมายในการลงทุนต้องชัดเจน” เช่น ต้องการลงทุนเพื่อเกษียณ ต้องการเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หรือเพื่อเก็บไว้เป็นมรดกให้ลูกหลานต่อไป เป็นต้น เมื่อคุณรู้เป้าหมายการลงทุนที่ชัดเจนแล้ว ก็จะสามารถเลือกแนวทางและวิธีการลงทุนได้อย่างเหมาะสมที่จะช่วยให้คุณไปสู่เป้าหมายได้จริง 

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือต้องรู้ตัวเองว่า “รับความเสี่ยงได้แค่ไหน?” อย่ามองแต่ที่กำไรเพียงอย่างเดียว จนลืมคิดถึงความเสี่ยงที่เรารับได้ ผลที่ตามมาอาจร้ายแรงกว่าที่เราคาดคิด จนถึงหมดตัวหรือล้างพอร์ตเลยก็เป็นได้

3. เงินสำรอง

ข้อนี้จะไม่เกี่ยวกับการลงทุนโดยตรง แต่แนะนำว่าอยากให้มีกันทุกคน นั่นก็คือ “เงินออม” หรือ “เงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน” โดยอย่างน้อยต้องมีเงินออมไว้ประมาณ 3-6 เท่าของรายจ่ายเฉลี่ยต่อเดือน หรือระดับที่คุณรู้สึกว่าปลอดภัยและอุ่นใจ ซึ่งควรเก็บไว้ที่ที่สามารถนำเงินออกมาใช้ได้รวดเร็วและความเสี่ยงต่ำ เช่น เงินฝากออมทรัพย์ กองทุนรวมตลาดเงิน เป็นต้น 

เงินส่วนนี้สำหรับมนุษย์เงินเดือนจะไม่ค่อยน่าห่วงเท่าไหร่ เพราะมีรายได้เข้ามาประจำอยู่แล้ว แต่ก็ควรมีมีไว้บ้าง ส่วนคนทำงานฟรีแลนซ์ ที่มีรายได้ไม่แน่นอน บางเดือนอาจจะมีรายได้เยอะมาก ขณะที่บางเดือนไม่มีเงินเลย ทำให้การจัดระบบการออมรายรับรายจ่ายค่อนข้างลำบาก ดังนั้น เงินออมสำรองฉุกเฉินจึงมีความสำคัญมากสำหรับคนทำงานฟรีแลนซ์ ควรเก็บในจำนวนที่มากกว่ามนุษย์เงินเดือน โดยนึกถึงกรณีที่เลวร้ายที่สุด สำหรับเหตุฉุกเฉินและไม่คาดฝันไว้ก่อนครับ 

4. ใช้เงินเย็น

    การลงทุนในหุ้นนั้นมี “ความเสี่ยง” เงินที่จะนำมาลงทุนควรเป็น “เงินเย็น” พูดง่ายๆ ก็คือ เงินที่คุณไม่ได้นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นเงินก้อนที่ไม่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของคุณ หรือสามารถเสียไปโดยที่ไม่เดือดร้อน (แต่ถ้าขาดทุนหนักๆ ก็เครียดเหมือนกัน 555) หากคุณนำเงินที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตไปลงทุน นั่นเท่ากับว่าคุณเอาเงินก้อนนั้นไปเสี่ยง ซึ่งอาจเกิดความเสียหายร้ายแรงและอาจทำให้คุณเดือดร้อนภายหลังได้

นอกจากนี้ แนะนำว่าอย่าเพิ่งใช้เงินกู้ หรือ Leverage ในการเล่นหุ้น เพราะต้องมีภาระทั้งดอกเบี้ย และค่าใช้จ่ายอื่นๆตามมา โดยเฉพาะเมื่อคุณขาดทุนหนักๆ จะทำให้เราเป็นหนี้ตามมาอีกด้วย

5. รู้จักหุ้นที่จะลงทุน

ก่อนอื่นต้องเข้าใจความแตกต่างระหว่างคำว่า “เล่นหุ้น” กับ “การลงทุนในหุ้น” ซะก่อน โดยคำว่า “เล่นหุ้น” นั้น มักจะหมายถึงการเล่นเก็งกำไรในระยะสั้นๆ  จากส่วนต่างราคาหุ้น ส่วน “การลงทุนในหุ้น” จะเน้นไปที่การลงทุนระยะยาว มองที่พื้นฐานของหุ้นเป็นหลัก โดยคาดหวังผลตอบแทนจากการเติบโตของบริษัท รวมถึงเงินปันผลเป็นหลัก สำหรับมือใหม่ ขอแนะนำให้เริ่มต้นลงทุนระยะยาวเป็นลำดับแรก  อย่าเพิ่งไปเล่น “เก็งกำไร” เพราะโดยสถิติแล้วส่วนใหญ่มักจะจบไม่สวยนัก

 การตัดสินใจลงทุนในหุ้นตัวไหนก็ตาม คุณจำเป็นต้องทราบก่อนว่า หุ้นตัวนั้นประกอบธุรกิจอะไร ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา และเทรนในอนาคตเป็นอย่างไร ข้อมูล บทวิเคราะห์ ข่าว ผู้บริหาร วิสัยทัศน์ และอื่นๆ อีกมากมาย ยิ่งรู้และเข้าใจในหุ้นหรือบริษัทที่คุณจะลงทุนเยอะก็ยิ่งดี ที่สำคัญคือ ต้องรู้จักวิเคราะห์ และประเมินมูลค่าที่แท้จริง เพื่อที่จะได้วางแผนการลงทุนได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยสำหรับมือใหม่คือ ชอบซื้อ “หุ้นเพื่อนบอก” หรือ “หุ้นวงใน” โดยมักจะไม่ตรวจสอบข้อมูลอะไรเลย โดยเฉพาะหุ้นที่ส่งมาตามห้องไลน์ !!  มักจะรีบซื้อเพราะกลัวว่าจะ “ตกรถ” แต่ไปๆมาๆกลับ “ติดดอย” แทน จำไว้ว่าถ้าคุณไม่ใช่คนในวงในจริงๆ แล้วข่าวมันมาถึงมือคุณได้ คงไม่มีคำว่า “วงใน” แล้วครับ 

6. รักษาทุนให้ได้ก่อน

วอร์เรน บัฟเฟต นักลงทุนระดับตำนานของโลก เคยกล่าวไว้ว่า “กฎการลงทุนมี 2 ข้อ ข้อแรกคืออย่าขาดทุน ข้อสองคืออย่าลืมกฎข้อแรก” วิธีการลงทุนที่ดีที่สุด คือ “อย่าขาดทุน” ในช่วงแรกๆ อย่าเพิ่งโฟกัสที่กำไรเป็นหลัก เนื่องจากความหวังที่อยากจะได้กำไรสูงๆ จะทำให้เกิดความโลภ จนบางครั้งทำให้เกิดการตัดสินใจที่ผิดพลาดได้ ดังนั้น สิ่งสำคัญที่คุณต้องถามตัวเองเสมอคือ “เราจะลดความเสี่ยงในการขาดทุนได้อย่างไร?” 

6 ข้อนี้ เป็นเพียงแนวคิดเบื้องต้นในการลงทุนสำหรับมือใหม่ สิ่งที่อยากเน้นย้ำคือ ก่อนจะลงทุนอะไรก็ตาม จำเป็นต้องเตรียมให้พร้อมที่สุดคือ “ความรู้” ดังนั้น จึงควรจะหาความรู้และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง เมื่อเราลงทุนไประยะหนึ่ง ทุกคนล้วนแต่ต้องพบเจอกับ “ความผิดพลาด” จากการลงทุนไม่มากก็น้อย 

แต่อย่าท้อครับ ให้เก็บมันไว้เป็น “ประสบการณ์” ในการพัฒนาตัวเรา ให้เติบโตมากขึ้น และเก็บไว้เป็น “บทเรียน” อย่าทำผิดพลาดซ้ำอีก ผมเชื่อว่าทุกๆคนมีโอกาสประสบความสำเร็จในการลงทุนอย่างแน่นอนครับ 

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง:หุ้นโตช้าปันผลสูง vs หุ้นเติบโตขี้เหวี่ยง

————————————————————————————-

บทความโดย คลินิกการลงทุน

ติดตามเราได้ที่ 

>> https://www.facebook.com/WealthInvestmentClinic/

>> https://wealthinvestmentclinic.wordpress.com

>> https://www.blockdit.com/articles/5cd7ab145d021b0ff14c1b26

Total 1 Votes
0

Tell us how can we improve this post?

+ = Verify Human or Spambot ?

About The Author