ผ่ามุมคิด Bernard Arnault ราชาเทคโอเวอร์ เจ้าพ่อ Louis Vuitton ผู้รวยแซงหน้า Warren Buffet

547 0

จากนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กระโดดเข้าสู่เจ้าของสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำมากมาย โดยเฉพาะแบรนด์ Louis Vuitton ที่สร้างความมั่งคั่งให้กับเขามากที่สุด ตอนนี้  Bernard Arnault คือชาวยุโรปที่รวยที่สุดและรวยเป็นอันดับสามของโลก แต่เขากลับไม่ชอบออกงานสังคมใดๆ

นับตั้งแต่ต้นปี 2018 ราคาหุ้น LVMH หรือ Louis Vuitton  แบรนด์สินค้าหรูที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกปรับตัวขึ้นเป็นขาขึ้นอย่างต่อเนื่องจากระดับ 268 ยูโร ขึ้นไปแตะที่ระดับ 344 ยูโรต่อหุ้น  ปรับตัวเพิ่มขึ้น 15%สร้างสถิติสูงสุดใหม่นับตั้งแต่เข้าตลาดหุ้นในปี 1989 ส่งผลให้ Bernard Arnault ผู้ถือหุ้นใหญ่แซงหน้า Warren Buffet  สุดยอดนักลงทุน ขึ้นเป็นมหาเศรษฐีอันดับสามของโลกในที่สุด

มูลค่าธุรกิจของ Louis Vuitton  เพิ่มขึ้นแตะระดับ 200,000 ล้านเหรียญ แม้เศรษฐกิจโลกจะเติบโตได้ไม่แข็งแกร่งนักตลอดจนความกังวลจากกำลังซื้อที่หกตัวลงของชาวจีน แต่ยอดขายกระเป๋าของ Louis Vuitton  กลับเติบโตต่อเนื่อง โดยไตรมาสแรกรายงานยอดขายเพิ่มขึ้น 11% สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะการหันมามุ่งเน้นสินค้าสำหรับผู้ชายซึ่งเป็น Segment ใหม่ที่กำลังเติบโต

ทำให้ผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง Bernard Arnault มีความมั่งคั่งรวมอยู่ที่ 90,000 ล้านเหรียญ เป็นชาวยุโรปที่ร่ำรวยที่สุดแซงหน้า Amancio Ortega เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า ZARA ชาวสเปนและ Francoise Bettencourt Meyers ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท L’Oreal 

ไม่เพียงแต่ Louis Vuitton ที่กิจการเติบโต แต่ธุรกิจชื่อดังของยุโรปอย่าง Chanel,Ray-Ban และ Ferrero ต่างเติบโตด้วยเช่นกันซึ่งทำให้ผู้ถือหุ้นใหญ่มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้น

บทวิเคราะห์ของ HSBC ระบุว่า ธุรกิจสินค้าหรูยังสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องแม้ว่าจะเติบโตมาแล้วสามปีติดต่อกัน สาเหตุหลักมาจากการใช้จ่ายที่มากขึ้นของกลุ่ม Millennial และ GENZ

ปัจจุบัน Louis Vuitton เป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดของประเทศฝรั่งเศส มีแบรนด์ย่อยที่รู้จักกันดีอย่าง Christian Dior และ Celine นอกจากนี้ยังเป็นเจ้าของแบรนด์สุรา Hennessy ซึ่งธุรกิจนี้มีสัดส่วนรายได้ประมาณ 10% ของทั้งหมด

จุดเปลี่ยนเข้าสู่ธุรกิจของแบรนด์เนม 

หลายคนอาจคิดว่า Bernard Arnault คลุกคลีอยู่ในแวดวงสินค้าแบรนด์เนมมาก่อน จริงๆแล้วธุรกิจของครอบครัวคือธุรกิจก่อสร้าง หลังจากที่เขาเข้ามาสืบทอดกิจการ เขาเริ่มเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจใหม่ให้เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทบ้านพักตากอากาศ นั่นทำให้เขามองเห็นโอกาสในธุรกิจสินค้าแบรนด์เนม

เขาเริ่มเข้าซื้อกิจการบริษัทหลายแห่ง ไฮไลท์สำคัญคือการเทคโอเวอร์ บริษัท Boussac Saint-Frères ซึ่งเป็นบริษัททำสิ่งทอและผ้าอ้อมที่ล้มละลายและเป็นเจ้าของแบรนด์แฟชั่น Christian Dior 

หลังเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของแบรนด์ Christian Dior  เขาค่อยๆไล่เทคโอเวอร์กิจการต่างๆจนกระทั่งได้เข้าซื้อบริษัท LVMH ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ Louis Vuitton และกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เกิน 50% มีแบรนด์สินค้าหรูในมือกว่า 60 แบรนด์ นอกจากนี้เขายังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของห้างค้าปลีกยักษ์ใหญ่แดนน้ำหอมอย่าง Carrefour ถึงอย่างไร ใช่ว่าเขาจะประสบความสำเร็จในการเทคโอเวอร์ทุกครั้ง เพราะเขาล้มเหลวในการเข้าซื้อกิจการ Gucci และ Hermès ไม่เช่นนั้นเขาจะครอบครองแบรนด์เนมชั้นนำของโลกมากกว่านี้

ทำตัว Low Profile 

แม้จะเป็นเจ้าของแบรนด์เนมมากมายที่คนทั้งโลกรู้จัก แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าใครคือเจ้าของแบรนด์เหล่านี้ เพราะ Bernard Arnault ไม่นิยมออกงานสังคมใดๆหรือโปรโมตตัวเองมากนัก แต่เน้นที่จะโปรโมตแบรนด์ของตัวเองมากกว่า

ราชาเทคโอเวอร์แต่รวยแบบเงียบๆ คงเป็นนิยามที่เหมาะสมกับ  Bernard Arnault มากที่สุดแล้ว

อ้างอิง:Bloomberg

Total 0 Votes
0

Tell us how can we improve this post?

+ = Verify Human or Spambot ?

About The Author