ทำไมกองทุนรวมถึงเอาชนะ SET Index ได้ยาก

1755 0

ปี 2018 ที่ผ่านมาดัชนี SET Index ปรับตัวลดลงประมาณ 10% ขณะที่ผลงานของกองทุนรวมหุ้นไทย (Equity Fund) รวมถึงกองทุน LTF ต่างมีผลตอบแทนติดลบทั้งหมด  ข้อมูลจาก มอร์นิ่งสตาร์ประเทศไทย แล้วแต่ว่ากองไหนจะติดลบมากกว่าหรือน้อยกว่า 

สำหรับผู้ที่ลงทุนในกองทุนรวมมาเป็นระยะเวลาหนึ่งอาจสังเกตุได้ว่าในภาวะที่ตลาดหุ้นเป็นไซด์เวย์หรือขาลงกองทุนรวมส่วนใหญ่ไม่สามารถที่จะสร้างผลตอบแทนเอาชนะภาพรวมตลาดได้เลยจะมีเพียงแค่ปีที่ตลาด Bullish เท่านั้นที่จะได้เห็น Return ของกองทุนรวมที่ชนะตลาดได้เป็นเพราะอะไรลองไปดูเหตุผลกันจากโครงสร้างการทำงานของกองทุนรวมในประเทศไทย

ข้อกำหนดกองทุนรวมต้องถือหุ้นในพอร์ต 80%

ตามกฎการลงทุนกองทุนรวมหุ้นไทยและกองทุน LTF จะต้องคงสถานะพอร์ตการลงทุนถึง 80% ของพอร์ตทั้งหมดในหนึ่งปีหมายถึงจะต้องมีหุ้นถึง 80% อยู่ในพอร์ตแม้ในภาวะที่ตลาดหุ้นไม่อำนวยนี่คือข้อจำกัดที่ทำให้ผลการดำเนินงานของกองทุนรวมยากที่จะเอาชนะตลาด Return ของกองทุนจึงไม่ได้หนีไปจากภาพรวมของ SET Index มากนัก

กองทุนรวมเลือกหุ้นโดยใช้ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก

ด้วยกฎที่มีอยู่ผู้จัดการกองทุนไม่สามารถที่จะซื้อๆขายๆหุ้นในพอร์ตได้บ่อยมากนักและต้องใช้ปัจจัยพื้นฐานในการวิเคราะห์เป็นหลักแต่ผู้ที่อยู่ในตลาดหุ้นจะรู้ดีว่าไม่เสมอไปที่หุ้นพื้นฐานดีราคาจะต้องเป็นขาขึ้นเสมอไปบ่อยครั้งที่หุ้นพื้นฐานดีแต่ราคาเป็นขาลงและบางครั้งหุ้นพื้นฐานไม่ดีแต่ราคากลับขึ้นทำให้ผู้จัดการกองทุนมีอุปสรรคในการบริหารพอร์ตพอสมควร

มีหุ้นให้เลือกไม่มากนัก

แต่ละบลจ. (บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน) ต่างมี Universe ในการคัดเลือกหุ้นที่จะลงทุนแตกต่างกันแต่ส่วนใหญ่ไม่หนีไปจากกันเท่าไรคือหุ้นใน SET50 SET100 sSET และถ้าอ่านผลการดำเนินงานของกองทุนรวมจริงๆจะซื้อหุ้นกระจุกอยู่เพียงแค่ 10 ตัวแรกของ SET50 เท่านั้นซึ่งหุ้นขนาดใหญ่อย่าง PTT PTTEP SCC KBANK ส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นลงตามภาวะตลาด

กองทุนรวม

กองทุนรวมต้องกระจายการลงทุนไม่สามารถโฟกัสได้

การจะสร้างผลตอบแทนให้อยู่ในระดับสูงจำเป็นที่จะต้องโฟกัสกับหุ้นเพียงแค่ไม่กี่ตัวในพอร์ตเพราะหากกระจายถือหุ้นหลายตัวเกินไปแม้จะราคาปรับตัวขึ้นมาแต่ก็แทบไม่ส่งผลต่อพอร์ตรวมมากเท่าไรแต่ด้วยกฎเกณฑ์ทำให้กองทุนรวมไม่สามารถให้น้ำหนักกับหุ้นตัวใดตัวหนึ่งมากเป็นพิเศษหรือถือหุ้นเพียงไม่กี่ตัวในพอร์ตได้ต่างจากเทรดเดอร์ทั่วไปที่มีอิสระในการลงทุนจะมีหุ้นกี่ตัวก็ได้

เครื่องมือที่มีอยู่จำกัด

กองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่สามารถสร้างผลตอบแทนชนะตลาดได้ก็เพราะมีเครื่องมือการลงทุนที่หลากหลายเช่นการใช้ตราสารอนุพันธ์อย่าง Futures มาใช้ Leverage หรือ Hedging แต่กองทุนรวมมีเพียงเครื่องมือเดียวคือซื้อหุ้นรอให้ราคาปรับตัวขึ้นไม่สามารถ Short หุ้นหรือใช้อนุพันธ์ได้

คู่แข่งที่หน้าตักสูสี

ปัจจุบันนักลงทุนบุคคลรายใหญ่บางคนมีขนาดพอร์ตที่ใหญ่ใกล้เคียงกับกองทุนรวมขนาดเล็กบางกองแล้ว และยังมี Prop Trade ของโบรกเกอร์ที่มีนโยบายเทรดในหุ้น SET100 ซึ่งสองกลุ่มนี้มักจะเทรดด้วยความเร็วและอาศัยกราฟเทคนิคเป็นหลัก ทำให้กองทุนรวมที่มีข้อจำกัดหลายอย่างอยากที่จะไปแข่งกับสองกลุ่มดังกล่าวในสนามเดียวกัน

อย่างไรก็ตามกองทุนรวมยังเป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนหน้าใหม่หรือผู้ที่เริ่มสนใจนำเงินเก็บมาลงทุนและควรจะมองการลงทุนผ่านกองทุนรวมเป็นภาพระยะยาวมากกว่าไปโฟกัสที่ผมตอบแทนระยะสั้นเพราะหากวัดกันในระยะเวลา 3-5 ปีกองทุนรวมยังเป็นเครื่องมือที่สร้างผลตอบแทนได้ดีอย่างน้อยก็ชนะอัตราเงินเฟ้อได้ หากใครสงสัยว่าจะลงทุนผ่านกองทุนรวมหรือเล่นหุ้นเองแบบไหนดีกว่ากัน ลองศึกษาได้จากบทความนี้ดู  เล่นหุ้นเอง vs ซื้อกองทุน แบบไหนดีกว่ากัน

 

Total 4 Votes
0

Tell us how can we improve this post?

+ = Verify Human or Spambot ?

About The Author