Index​ Fund​ รวยช้าแต่สุดท้ายก็ชนะ

1501 0

ปกติแล้ว หากแบ่งกองทุนรวมตามกลยุทธ์จะแบ่งได้สองแบบใหญ่ๆ คือแบบ active ที่เน้นลงทุนให้ชนะตลาด (หรือสินทรัพย์อ้างอิง) และแบบ passive ที่ลงทุนให้ผลตอบแทนได้เท่ากับตลาด หรือเรียกอีกอย่างว่า Index Fund (กองทุนดัชนี)

กองทุนแบบ active มีให้นักลงทุนเลือกมากมาย และมีหลายกองที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ระดับน่าอัศจรรย์ บางกองทุนอาจทำผลตอบแทนได้ 15% ติดต่อกัน 10 ปีก็ยังมี หรือกองทุนในของปีเตอร์ ลินข์ ซึ่งเป็นอดีตผู้จัดการกองทุนระดับโลก ก็ทำผลตอบแทนได้กว่า 29% ติดต่อกันถึง 13 ปีเลยทีเดียว

เหมือนว่ากองทุน Index Fund จะแพ้กองทุนแบบ active แบบราบคาบ แต่นักลงทุนชั้นเซียนหลายคน (หนึ่งในนั้นคือวอเร็น บัฟเฟตต์) ก็ยังแนะนำให้คนทั่วไปซื้อกองทุนดัชนี

.

เพราะค่าธรรมเนียมต่ำ

เหตุผลหลักคือ กองทุนดัชนีนั้นมีค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่ากองทุนแบบอื่นๆ มาก เพราะกองทุนที่เน้นทำผลตอบแทนให้ชนะตลาด จะเสียค่าธรรมเนียมที่สูงกว่า เป็นเหมือนค่าความสามารถของผู้จัดการกองทุน แต่กองทุนดัชนี เป็นเพียงแค่การซื้อหุ้นให้ใกล้เคียงกับตลาดจริงๆ เท่านั้น ค่าธรรมเนียมรายปีอาจเพียงแค่ 0.70% และเมื่อเร็วๆ นี้ กองทุนดัชนีบางแห่งเริ่มที่จะไม่คิดค่าธรรมเนียมแล้วด้วยซ้ำ

ซึ่งค่าธรรมเนียมที่ถูกลง จะส่งผลให้ผลตอบแทนของนักลงทุนได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น ค่าธรรมเนียมที่ถูกลงเพียง 1-2% หากทบต้นเป็นระยะเวลานับสิบปี มันก็เป็นเงินก้อนใหญ่หลักแสนบาทได้

.

ไม่มีใครชนะตลาดถาวร

สิ่งสำคัญสุดคือ ในระยะยาวแล้วจะไม่มีใครชนะตลาด จากตัวอย่างในตอนแรกที่กล่าวว่า กองทุนรวมบางแห่งในไทยสามารถทำผลตอบแทนได้ 15% ต่อปี แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่า ในอนาคตอีก 20-30 ปีข้างหน้า กองทุนดังกล่าวจะสามารถสร้างผลตอบแทนได้ในระดับเดิมอีกหรือไม่ ซึ่งงานวิจัยหลายๆ ฉบับ รวมถึงหนังสือหลายเล่มของนักลงทุนระดับโลก ต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า มีกองทุนน้อยมาก (อาจไม่ถึง 1% ของทั้งหมด) ที่สามารถทำเงินชนะตลาดได้ในระยะยาว

และถ้าผลตอบแทนต่ำลง แต่ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บยังคงสูงอยู่ ผลเสียจะตกอยู่กับนักลงทุนเต็มๆ ที่ต้องจ่ายเงินแพงกว่า แต่ได้ผลตอบแทนน้อยกว่าเดิม ในขณะที่ Index Fund ซึ่งเสียค่าธรรมเนียมเกือบจะ 0% ทำให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนคุ้มค่า

.

การเดิมพันระดับโลก

ย้อนกลับไปปี 2008 ในตอนนั้นมีผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ (กองทุนที่ลงทุนในสินทรัพย์และกลยุทธ์ที่หลากหลายมาก) ได้เดิมพันกับบัฟเฟตต์ว่า เขาสามารถสร้างผลตอบแทนชนะ index fund ของดัชนี S&P 500 ของอเมริกาได้ หากใครแพ้จะต้องบริจาคเงิน 1 ล้านเหรียญให้กับองค์กรการกุศล แต่ผ่านไป 10 ปี ปรากฎว่ากองทุนดัชนีสามารถเอาชนะผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ได้แบบขาดลอย

ไม่ใช่ว่ากองทุนดัชนีไม่มีข้อเสีย ข้อเสียของมันคือมันรวยช้า แต่กองทุนดัชนี นับว่าเป็นทางเลือกที่ดีมากๆ สำหรับผู้ที่อยากลงทุนกับตลาดหุ้น “ระยะยาวมากๆ” เพราะบางครั้ง การเลือกหุ้นรายตัวแล้วถือต่อเนื่อง 30 ปี ก็ไม่มีอะไรรับประกันว่ามันจะได้กำไร ในขณะที่ index fund จะล่มสลายจนเหลือ 0 ก็ต่อเมื่อตลาดหุ้นประเทศนั้นๆ ล่มสลาย

อาจรวยช้ากว่า แต่เต่าที่วิ่งแข่งกับกระต่ายก็ยังเป็นผู้ชนะได้ในท้ายที่สุด

Total 2 Votes
0

Tell us how can we improve this post?

+ = Verify Human or Spambot ?

About The Author